PM 2.5 กลับมาอีกแล้ว! เอาตัวรอดอย่างไรในช่วงค่าฝุ่นสูง
บทความสุขภาพ
PM 2.5 กลับมาอีกแล้ว! เอาตัวรอดอย่างไรในช่วงค่าฝุ่นสูง
ฝุ่นละออง PM 2.5 กลับมาอีกแล้ว ซึ่งปัญหาที่วนกลับซ้ำๆ ในช่วงปลายมกราคมของทุกปี แม้ปัญหานี้จะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ต่อสุขภาพของเรา PM 2.5 คือ ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน ซึ่งเล็กจนสามารถเล็ดลอดขนจมูกเข้าสู่ร่างกายได้ จึงสามารถเข้าสู่เส้นเลือดฝอยและกระจายไปตามอวัยวะได้ ฝุ่นมีลักษณะที่ขรุขระคล้ายสำลี ฝุ่นเป็นพาหะนำสารอื่นเข้ามาด้วย เช่น แคดเมียม ปรอท โลหะหนัก ไฮโดรคาร์บอน และสารก่อมะเร็งจำนวนมาก
3 สัญญาณเตือน อาการแพ้ฝุ่น PM 2.5
- ระบบทางเดินหายใจ หากมีอาการ คัดจมูก น้ำมูกไหล ภูมิแพ้กำเริบ ไอ จาม มีน้ำมูกแบบใสๆ รู้สึกแน่นที่หน้าอก เลือดกำเดาไหลแบบไม่มีสาเหตุ และอาจทำให้ปอดอักเสบติดเชื้อได้ง่าย เป็นต้น
- ดวงตา สำหรับอาการแพ้ฝุ่น PM 2.5 ที่มักเกิดขึ้นที่ดวงตาจะมีดังต่อไปนี้ แสบเกิดการระคายเคืองตา ตาแดง น้ำตาไหล
- ผิวหนัง ในส่วนของผิวหนังจะสังเกตุได้จาก ผิวหนังอักเสบและมีผื่นคันที่ผิวหนัง ตุ่ม นูนแดงกระจายบนผิวหนัง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคผิวหนังเรื้อรัง เช่น ภูมิแพ้ ลมพิษ สะเก็ดเงิน อาจมีอาการหนักขึ้นกว่าคนทั่วไป
ผลกระทบต่อร่างกายจากการสะสมของฝุ่น
- ไอ จาม และภูมิแพ้ พบได้เมื่อมีฝุ่นละอองเข้าไปสะสมในโพรงจมูกเวลาที่หายใจเข้าและออก ซึ่งจะทำให้เกิดการระคายเคืองในจมูกและลำคอ มีเสมหะ ไอ จาม โดยเฉพาะผู้ที่ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้จะมีอาการภูมิแพ้กำเริบได้ง่ายกว่าคนทั่วไป
- โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง พบได้ในกรณีที่เป็นอาการไอต่อเนื่องนาน 3-8 สัปดาห์ขึ้นไป มีเสมหะเป็นสีขาว สีเหลือง หรือมีเลือดปน นอกจากนี้จะรู้สึกเกิดอาการเหนื่อย โดยอาจเพิ่มมากขึ้น กระทบต่อการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน
- โรคหลอดเลือดและหัวใจเรื้อรัง พบได้ในกรณีที่ฝุ่นละอองเกิดการติดเชื้อเข้าสู่กระแสเลือด อาจทำให้เกิดการอุดตันในหลอดเลือดและผนังหัวใจ อาการที่พบคือ มีอาการเจ็บหน้าอก เหงื่อออก ใจสั่น เหนื่อยหรือแน่นขณะออกแรง ซึ่งอาจทำให้เป็นลม หมดสติ หรือเสียชีวิตได้
- โรคปอดเรื้อรัง และมะเร็งปอด พบได้ในกรณีที่สูดเอาฝุ่นละออง PM 2.5 สะสมเข้าไปเป็นระยะเวลานาน ทำให้มีอาการไอเรื้อรัง มีเสมหะมากหมดเรี่ยวแรง หายใจลำบาก เหนื่อยหอบ ซึ่งอาจรุนแรงและกลายเป็นเซลล์มะเร็งที่อาจลุกลามไปทั่วปอด เกิดเป็นโรคมะเร็งปอดได้
การปฏิบัติตนตามระดับค่าสีฝุ่น PM2.5 (AQI)
- 🔵สีฟ้า (0-25) คุณภาพอากาศดีมาก เหมาะสำหรับทำกิจกรรมกลางแจ้ง
- 🟢สีเขียว (26-50) คุณภาพอากาศดี ไม่มีผลต่อสุขภาพ สามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้
- 🟡สีเหลือง (51-100) คุณภาพอากาศปานกลาง กลุ่มเสี่ยงอาจมีการระคายเคือง ควรลดระยะเวลาทำกิจกรรมกลางแจ้ง
- 🟠สีส้ม (101-200) เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ทุกคนอาจมีการระคายเคือง ควรเลี่ยงทำกิจกรรมกลางแจ้ง
- 🔴สีแดง (201 ขึ้นไป) มีผลต่อสุขภาพ ทุกคนควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง และใช้อุปกรณ์ป้องกัน
- สวมหน้ากากป้องกันฝุ่น : หน้ากาก N95 หรือ KN95 มีความสามารถในการกรองฝุ่น PM 2.5 ได้ดี ควรสวมใส่เมื่อต้องออกจากบ้านในพื้นที่ที่มีฝุ่นสูง
- หลีกเลี่ยงการออกนอกบ้าน : หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมนอกบ้านโดยเฉพาะในวันที่ค่าฝุ่นสูง ตรวจสอบคุณภาพอากาศผ่านแอปหรือเว็บไซต์ที่แสดงดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI)
- ใช้เครื่องฟอกอากาศ : การใช้เครื่องฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพในการกรองฝุ่นขนาดเล็กจะช่วยลดปริมาณฝุ่นภายในบ้าน ทำให้อากาศสะอาดขึ้น
- ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด : ป้องกันฝุ่นจากภายนอกเข้ามาภายในบ้าน โดยการปิดประตู หน้าต่าง หรือใช้ผ้าปิดรูระบายอากาศที่อาจมีฝุ่นเข้าได้
ฝุ่นพิษ PM 2.5 เป็นเรื่องที่เราไม่ควรมองข้าม หรือปล่อยละเลย เพราะจะส่งผลกระทบต่องร่างกายเราอย่างมาก ฉะนั้นการเช็กสุขภาพตัวเอง และการป้องกันมลพิษเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับทุกคน หากมีอาการแพ้ข้างต้นเกิดขึ้น โรงพยาบาลราชสีมา ฮอสพิทอล พร้อมดูแลสุขภาพของคุณ
ติดตาม โซเชียลเน็ตเวิร์ก ของเรา
![]() | ![]() | ![]() | ![]() | ![]() | ![]() |